ปณิธาน "ตั้งใจว่าจะร่วมกันกับสมาชิกสร้างสังคมใหม่ สังคมของการให้,สังคมแห่งการเสียสละ,สังคมแห่งการยอมรับผู้อื่นอย่างจริงใจ สำคัญที่สุดคือ สังคมที่จะร่วมอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมของเพลงไทยให้เป็นมรดกสำหรับคนรุ่นต่อไป"..ยุทธชาติ เกรียงไกร..๙ ตุลาคม ๒๕๕๓

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
การค้นหาขั้นสูง  

ข่าว:

เว็บไซต์เปิดใช้งานตามปกติแล้วนะครับ หากมีความผิดปกติส่วนใด แจ้งปัญหาที่ข้อความส่วนตัวของ น้องก๊อด ได้เลยนะครับ ^^

ผู้เขียน หัวข้อ: บัวสี่เหล่า..คนสี่ประเภท  (อ่าน 1420 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ลุงชัยนรา

  • ความเปลี่ยนแปลง เป็นนิรันดร์
  • ชาวบ้านกิตติมศักดิ์
  • คะแนนอนุรักษ์เพลง 3655
  • กระทู้: 913
  • ชีวิตนี้ยอมพลี เพื่อแผ่นดิน
บัวสี่เหล่า..คนสี่ประเภท
« เมื่อ: กันยายน 07, 2013, 09:03:17 AM »

ในที่สุด พระผู้มีพระภาคได้อุปมาว่า คนมีสี่จำพวกซึ่งเปรียบได้กับบัวสี่เหล่ากล่าวคือ
1. บัวประเภทบานแล้ว ได่แก่คนที่เข้าใจง่าย พูดนิดเดียวก็เข้าใจสว่างไสว
2. บัวที่กำลังปริ่มน้ำ กำลังโผล่ขึ้นมาบาน หมายถึงคนที่ต้องพร่ำสอนกันหลายเที่ยวหลายครั้ง
3. บัวที่ยังอยู่ลึกไปกว่านั้น หมายถึงคนที่ได้รับฟัง หลายครั้ง หลายหนแล้วก็ยังจะต้องอาศัย เพื่อนฝูงที่ดีคอยกระตุ้นเติอน
4. บัวที่อยู่ใต้น้ำ หมายถึงคนที่สอนเท่าไหร่ ก็ไม่รู้เรื่อง พยายามจะโต้แย้ง จะเถึยง จะรั้น จะดันทุรังไปก่อน
ท่านหล่ะ..อยู่ประเภทไหน..หรือ อาจจะต้อง เพิ่มขึ้นเป็นเหล่าที่ห้า หุบๆ บานๆพอฟังพอรู้เรื่อง อะไรดีดีก็สว่างไสวขึ้นมา แว่บหนึ่ง แล้วกลับไปมืดมนธ์ต่อไป...อีกอย่างนั้น...หรือ.....


ชบาบาน

  • ชาวบ้านเพลงไทยอาวุโส
  • คะแนนอนุรักษ์เพลง 394
  • กระทู้: 98
Re: บัวสี่เหล่า..คนสี่ประเภท
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 07, 2013, 06:37:12 PM »
สำหรับกระผมอาจอยู่ในเหล่าที่ห้าก็ได้กระมังท่านลุงชัย  ฮ่า...ฮ่า... ขอบคุณขอรับสำหรับความรู้ทางธรรม....


บันทึกการเข้า

มหาสุ

  • **แก้ไข**
  • คะแนนอนุรักษ์เพลง 740
  • กระทู้: 134
Re: บัวสี่เหล่า..คนสี่ประเภท
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กันยายน 28, 2013, 04:06:15 PM »
ถามอาตมาหรือ "ท่านอยู่ชั้นไหน"  ?


บันทึกการเข้า

สมพร สุราษฎร์ธานี

  • ชาวบ้านเพลงไทยอาวุโส
  • คะแนนอนุรักษ์เพลง 119
  • กระทู้: 59
Re: บัวสี่เหล่า..คนสี่ประเภท
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มกราคม 06, 2014, 01:13:37 PM »
 :51
สำหรับผม อยู่ใต้ตมก็ดีนะครับ เพราะว่าถ้าโผล่ขึ้นจากตม คงถูกความชั่วและสิ่งที่ไม่ดีโจมตีจนไม่มีวันได้โผล่เหนือน้ำแน่นอนเลยครับ (สมัยนี้...ผมว่าอยู่ใต้ตมก็อบอุ่นดีถึงแม้ว่าจะไม่ได้เห็นแสงสว่างครับ)


บันทึกการเข้า

โชคดี

  • ชาวบ้านเพลงไทยอาวุโส
  • คะแนนอนุรักษ์เพลง 1009
  • กระทู้: 1209
Re: บัวสี่เหล่า..คนสี่ประเภท
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มิถุนายน 20, 2016, 03:12:21 PM »
คำพระตถาคตต้องเช็คให้ดีก่อนครับ เราอาจจะบิดเบือนคำสอนที่ท่านกล่าวไว้ดีแล้วให้ผิดเพี้ยนไป แล้วหากมีการทำสังฆเภทเพราะเราเป็นเหตุ เราอาจจะต้องไปตั้งอยู่ในนรกตลอด 1 กัปได้ครับ ผมพูดตามพระสูตรนะครับ


บันทึกการเข้า

โชคดี

  • ชาวบ้านเพลงไทยอาวุโส
  • คะแนนอนุรักษ์เพลง 1009
  • กระทู้: 1209
Re: บัวสี่เหล่า..คนสี่ประเภท
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มิถุนายน 20, 2016, 03:15:21 PM »
เปรียบบุคคลด้วยดอกบัว ๓ เหล่า
             [๕๑๑] ดูกรราชกุมาร ครั้นอาตมภาพทราบว่าท้าวสหัมบดีพรหมอาราธนา และอาศัย
ความกรุณาในสัตว์ทั้งหลาย จึงตรวจดูโลกด้วยพุทธจักษุ. เมื่ออาตมภาพตรวจดูโลกด้วยพุทธจักษุ
ก็ได้เห็นหมู่สัตว์ซึ่งมีกิเลสดุจธุลีในจักษุน้อยก็มี มีกิเลสดุจธุลีในจักษุมากก็มี มีอินทรีย์แก่กล้าก็มี
มีอินทรีย์อ่อนก็มี มีอาการดีก็มี มีอาการเลวก็มี จะพึงสอนให้รู้ได้ง่ายก็มี จะพึงสอนให้รู้ได้ยาก
ก็มี บางพวกมีปกติเห็นโทษในปรโลกโดยเป็นภัยอยู่ก็มี เปรียบเหมือนในกอบัวขาบ ในกอบัว
หลวง หรือในกอบัวขาว ดอกบัวขาบ ดอกบัวหลวง หรือดอกบัวขาว ซึ่งเกิดในน้ำ เจริญในน้ำ
บางเหล่ายังไม่พ้นน้ำ จมอยู่ในน้ำ น้ำหล่อเลี้ยงไว้ บางเหล่าตั้งอยู่เสมอน้ำ บางเหล่าตั้งขึ้น
พ้นน้ำ น้ำไม่ติด ฉันใด ดูกรราชกุมาร เมื่ออาตมภาพตรวจดูโลกด้วยพุทธจักษุ ก็ฉันนั้น
ได้เห็นหมู่สัตว์ซึ่งมีกิเลสดุจธุลีในจักษุน้อยก็มี มีกิเลสดุจธุลีในจักษุมากก็มี มีอินทรีย์แก่กล้าก็มี
มีอินทรีย์อ่อนก็มี มีอาการดีก็มี มีอาการเลวก็มี จะพึงสอนให้รู้ได้ง่ายก็มี จะพึงสอนให้รู้ได้ยาก
ก็มี บางพวกมีปกติเห็นโทษในปรโลกโดยเป็นภัยอยู่ก็มี. ดูกรราชกุมาร ครั้งนั้นอาตมภาพ
ได้กล่าวรับท้าวสหัมบดีพรหมด้วยคาถาว่า
                          ดูกรพรหม เราเปิดประตูอมตนิพพานแล้ว เพื่อสัตว์ทั้งหลาย
                          ผู้มีโสต จงปล่อยศรัทธามาเถิด เราสำคัญว่าจะลำบาก จึงไม่
                          กล่าวธรรมอันคล่องแคล่ว ประณีต ในมนุษย์ทั้งหลาย.
             ลำดับนั้น ท้าวสหัมบดีพรหมทราบว่า พระผู้มีพระภาคทรงเปิดโอกาส เพื่อจะแสดง-
*ธรรมแล้ว จึงอภิวาทอาตมภาพ ทำประทักษิณแล้ว หายไปในที่นั้นเอง.

             เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๓  บรรทัดที่ ๗๙๙๘ - ๘๐๓๙.  หน้าที่  ๓๔๗ - ๓๔๙.




ครั้งนั้นแล ท่านพระอานนท์ได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคม
แล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลถามว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระองค์ตรัสว่า
สังฆเภท สังฆเภท ดังนี้ สงฆ์จะเป็นผู้แตกกันด้วยเหตุมีประมาณเท่าไรหนอแล ฯ
     พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมแสดงสิ่งที่ไม่ใช่ธรรมว่า
เป็นธรรม ย่อมแสดงสิ่งที่เป็นธรรมว่า ไม่ใช่ธรรม ... ย่อมแสดงสิ่งที่ตถาคตไม่ได้บัญญัติไว้ว่า
ตถาคตบัญญัติไว้ ย่อมแสดงสิ่งที่ตถาคตบัญญัติไว้ว่า ตถาคตไม่ได้บัญญัติไว้ ภิกษุเหล่านั้น
ย่อมทอดทิ้งกัน ย่อมแยกจากกัน ย่อมทำสังฆกรรมแยกกัน สวดปาติโมกข์แยกจากกัน
ด้วยวัตถุ ๑๐ ประการนี้ ดูกรอานนท์ สงฆ์จะเป็นผู้แตกกันด้วยเหตุมีประมาณเท่านี้แล ฯ
     [๓๘] อา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็บุคคลผู้ที่ทำลายสงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกัน จะประสบ
ผลอะไร พระเจ้าข้า ฯ
     พ. ดูกรอานนท์ บุคคลผู้ที่ทำลายสงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกันนั้นจะประสพผลอันเผ็ดร้อนซึ่ง
ตั้งอยู่ตลอดกัปหนึ่ง ฯ
     อา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็ผลอันเผ็ดร้อนซึ่งตั้งอยู่ตลอดกัปหนึ่ง คืออะไร
พระเจ้าข้า ฯ
     พ. ดูกรอานนท์ บุคคลผู้ที่ทำลายสงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกันนั้นจะเสวยผลกรรมอยู่ในนรก
ตลอดกัปหนึ่ง ฯ
        บุคคลผู้ทำลายสงฆ์ให้แตกกัน    ยินดีแล้วในการแตกแยก
        ตั้งอยู่ในอธรรม เป็นผู้เข้าถึงอบาย เข้าถึงนรก ตั้งอยู่ใน
        นรกนั้นตลอดกัปหนึ่ง   ย่อมพลาดจากธรรมเป็นแดนเกษม
        จากโยคะ ย่อมเสวยกรรมอยู่ในนรกตลอดกัปหนึ่ง เพราะ
        ทำลายสงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกันให้แตกกัน ฯ



บันทึกการเข้า